วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2558

ข้อมูลสเปค Volkswagen Amarok กระบะที่แพงที่สุดในไทย มีอะไรดี ไปดูกัน..!!


       Volkswagen Amarok รถกระบะพรีเมียมที่มีราคาค่าตัวแตะ 2 ล้านบาท ซึ่ง Thaiyanyont ได้นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย แต่หลายคนยังไม่ทราบถึงรายละเอียดและสเปคต่างๆว่าเป็นอย่างไร ฉะนั้นเราไปดูข้อมูลของรถคันนี้กันดีกว่าครับ!!

       บริษัท ไทยยานยนตร์ จำกัด ได้ตัดสินใจนำ Volkswagen Amarok ที่ว่ากันว่าเป็นรถกระบะหรูพรีเมียมเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยอย่างเป็นทางการพร้อมเปิดตัวครั้งแรกในงาน Thailand International Motor Expo 2012 โดยตั้งราคาไว้ที่ 1.8 ล้านบาท!!




       แรกเริ่มเดิมทีก่อนที่ VW Amarok จะกำเนิดต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2005 บริษัท Volkswagen Commercial Vehicles (VWCV) ได้เปิดโครงการพัฒนารถกระบะขนาดกลางในชื่อ Volkswagen Robust ซึ่งใช้เวลาพัฒนาไปกว่า 3 ปี ก่อนที่รถต้นแบบ VW SAR จะออกเผยโฉมในปี 2008 ที่มี Mr.Walter de'Silva เป็นหัวหน้าในการออกแบบ และได้ขึ้นไลน์ผลิตรุ่นโปรดัคชั่นที่โรงงาน Pacheco ในอาร์เจนติน่า โดยใช้ชื่อในการจำหน่ายว่า "Amarok" หมายถึง "หมาป่า" (เป็นภาษาอินูอิท Inuit ชนเผ่าหนึ่งของเอสกิโม)

      VW Amarok จะมีความยาวอยู่ที่ 5,254 มิลลิเมตร กว้าง 1,944 มิลลิเมตร สูง 1,834 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 3,095 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับ Ford Ranger ที่มีมิติตัวถังขนาดใหญ่มีความยาว 5,362 มิลลิเมตร กว้าง 1,860 มิลลิเมตร สูง 1,815 มิลลิเมตร ฐานล้อ 3,220 มิลลิเมตร จะเห็นได้ว่า VW Amarok จะมีตัวถังและฐานล้อที่สั้นกว่า แต่มีความกว้างและสูงกว่า Ford Ranger ส่วนมิติภายในกระบะรุ่นสี่ประตูจะมีความยาว 1,555 มิลลิเมตร กว้าง 1,620 มิลลิเมตร และสูง 508 มิลลิเมตร



       การออกแบบภายนอกจะเน้นเส้นสายที่เป็นเหลี่ยมเป็นสันดูแข็งแกร่งบึกบึน กันชนหน้าเพิ่มไฟตัดหมอก ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว แบบ 5 รูน็อต ไฟท้ายดวงโตทรงสี่เหลี่ยมและกันชนหลังดีไซต์เข้ารูปกับกระบะ ส่วนภายในห้องโดยสารจะออกแบบมาอย่างเรียบง่าย ไม่หรูหรามากนัก แต่เน้นการใช้งานที่สะดวก มีระบบความบันเทิงจากชุดเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ จอแสดงผลมัลติฟังก์ชั่น ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ รวมถึงครูซคอนโทรล และทั้งหมดนี้จึงทำให้ Amarok มีน้ำหนักตัวมากถึง 1.9 ตัน จะเป็นปัญหาของเจ้าคันนี้หรือไม่? เครื่องยนต์และระบบเกียร์คือคำตอบ!!

       ในช่วงแรกจะใช้เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล TDI ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ Bi-Turbo ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิด 40.7 กก.-ม. ที่ 1,500 รอบต่อนาที ให้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 13 กิโลเมตรต่อลิตร ต่อมาได้มีการปรับปรุงเครื่องยนต์ใหม่ ซึ่งเป็นเวอร์ชันเดียวกันที่จำหน่ายในไทย เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.0 ลิตร TDI เทอร์โบคู่ BiTurbo ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 177 แรงม้า (132 กิโลวัตต์) แรงบิดที่ 420 นิวตันเมตร สามารถทำความเร็ว 0-100 ได้ในเวลาน้อยกว่า 12 วินาที ความเร็วสูงสุดประมาณ 180 กม./ชม. มีแรงในการลากจูงถึง 2.8 ตัน เรียกได้ว่าเป็นเครื่องเล็กที่สู้เครื่องใหญ่ๆในตลาดบ้านเราได้อย่างสบายๆ

       พละกำลังทั้งหมดจะถูกส่งผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ ZF 8 สปีด ถือว่าเป็นครั้งแรกสำหรับการนำเทคโนโลยีระดับสูงมาติดตั้งในรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อระดับหรู ซึ่งระบบเกียร์จะให้ความนุ่มนวล เงียบ และแม่นยำในการปรับเปลี่ยนทุกช่วงเกียร์ รวมทั้งให้ความสมดุลย์ในสภาวะการใช้งานทั้งแบบ On Road และ Off Road พร้อมอัตราทดแบบ “โอเวอร์ไดร์ฟ” ที่เกียร์ 7 และเกียร์ 8 ช่วยให้รอบเครื่องยนต์ต่ำในขณะที่ขับขี่ด้วยความเร็วสูง


       นอกจากนี้ยังได้ติตดั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ "4 Motion อัจฉริยะ" ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการขับขี่ได้ทุกสภาพวะ พร้อมความปลอดภัย เช่น ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBDระบบช่วยเบรก BAS, ระบบควบคุมการเบรก EBC, ระบบควบคุมการทรงตัว ESP, ระบบป้องกันการลื่นไถลและล้อหมุนฟรี TCS, เฟืองท้าย Differential Lock แบบไฟฟ้า และสมองกลควบคุมระบบช่วงล่างกันสะเทือนให้เหมาะสมกับสภาพถนน

       นายสมรรถ รอบบรรเจิด ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและผลิตภัณฑ์โฟล์คสวาเกน กล่าวว่า "หลังจากที่บริษัทฯ ได้ศึกษาด้านการตลาดสำหรับการนำเข้ามาจำหน่ายของรถยนต์ในรุ่น VW Amarok ทางบริษัทฯ จึงมีความมั่นใจที่จะนำเข้ารถยนต์รุ่นดังกล่าวมาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยเลือกสรรรถยนต์ Volkswagen Amarok ดับเบิ้ลแค็บ เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร BiTDI ขับเคลื่อนสี่ล้อ 4 MOTION แบบ All Wheel Drive พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ที่มีให้เลือกทั้งโหมดสปอร์ตและแบบ Manual ซึ่งเป็นรุ่น Top Line โดยราคาจำหน่ายจะอยู่ประมาณ 1.8 ล้านบาท"

       "ปัจจุบันตลาดเซกเมนต์นี้ถือเป็นเซกเมนต์ใหม่ที่ยังไม่มีคู่แข่ง และเป็นช่องว่างของตลาดที่น่าสนใจและเปิดโอกาสในการสร้างยอดจำหน่ายในประเทศไทย เนื่องจากเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศและเป็นตลาดใหญ่อันดับ 2 ในโลก รองจากตลาดอเมริกา ดังนั้นในช่วงปีแรกทางบริษัทฯคาดว่าจะสามารถทำยอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 300 คัน หลังจากนั้นยอดจำหน่ายน่าจะขยับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสายการผลิตและการส่งมอบรถยนต์รุ่งดังกล่าวของบริษัทแม่ในประเทศเยอรมัน"


       และนี่คือข้อมูลของกระบะที่มีราคาค่าตัวแพงที่สุดในไทย Volkswagen Amarok ที่นำเข้าโดย Thaiyanyont ถือว่าเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับใครที่มีตังค์เหลือๆ และอยากเท่แบบไม่ซ้ำใครบนท้องถนน..!!

ภาพเทียบขนาดกับคู่แข่ง
ภาพจาก Car-News.TV

 ภาพจาก RPM TV

ภาพจาก caradvice

ภาพจาก carsguide

ภาพจาก pickuptrucks

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars คลิกที่นี่
**************************************
ข้อมูลจาก motortrivia และ thairath

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น