วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เปิดตัวแล้ว! All New Proton Persona มาดใหม่จากแดนเสือเหลือง!

       Proton ค่ายรถจากมาเลเซีย ช่วงก่อนในบ้านเราก็เข้ามาตีตลาดได้พักใหญ่ แต่ตอนนี้รู้สึกจะเงียบเอามากๆ เพราะเป็นปีแล้วที่เขายังไม่มีการขยับผลิตภัณฑ์ของเขาในบ้านเราเลย แต่ผิดกับทางบ้านเกิดที่มีรุ่นใหม่ออกมาและทำตลาดกันไปแล้ว!


และเมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา Proton ก็ได้เปิดตัว Persona อย่างเป็นทางการ หลังจากก่อนหน้านี้ได้เผยภาพบางส่วนออกมาทีละนิดๆเพื่อเรียกความสนใจให้กับสาวกแดนเสือเหลืองได้เตรียมเงินไว้จับจองกันเป็นเจ้าของ

Proton Persona รุ่นใหม่ที่เห็นนี้ แท้ที่จริงก็เป็นการเอารถแฮทช์แบ็คอย่าง Iriz มาต่อตูดให้กลายเป็นรถซีดานนั่นเอง ดังนั้นพื้นฐานแทบจะทั้งหมดก็มาแบบเดียวกันเป้ะๆ ด้านหน้าจะมีดีไซน์ที่ออกแนวสปอร์ตพอสมควร ด้วยไฟหน้าอันโฉบเฉี่ยวลากเลื้อยเป็นแนวเดียวกับกระจังหน้า



ฝากระโปรงเพิ่มเส้นสายให้ดูมีมิติ ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว บั้นท้ายเด่นด้วยไฟท้ายที่ดีไซน์รายละเอียดได้น่าสนใจมากทีเดียว ทั้งยังสลักชื่อ Proton ไว้ในโคมอีกด้วย นอกจากนี้รุ่นสูงๆ จะมีสเกิร์ตรอบคันติดตั้งมาให้ด้วย

ภายในก็ยกของ Iriz มาแบบเต็มที่ ซึ่งชุดเครื่องเสียงจะมีจอสัมผัส ซึ่งสามารถเล่น DVD ได้ มีช่องต่อ USB, AUX และการเชื่อมต่อแบบไร้สาย และตามยุคสมัยที่จะต้องมีปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์




เครื่องยนต์เบนซินจะมีขนาด 1.6 ลิตร 4 สูบ VVT กำลัง 107 แรงม้า ที่ 5,750 รอบต่อนาที แรงบิด 150 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที พร้อมระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ที่ทำอัตราสิ้นเปลืองได้ดีถึง 17.85 กิโลเมตร/ลิตร และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT สามารถทำได้ 16.35 กิโลเมตร/ลิตร

ส่วนระบบความปลอดภัยก็จะมีระบบเบรก ABS และ EBD, ระบบควบคุมการทรงตัว ESC, เซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้าและหลัง, กล้องมองหลังขณะถอยจอด และถุงลมนิรภัยสูงสุด 6 จุด คือคู่หน้า ด้านข้าง และม่านนิรภัย

       Proton Persona ที่จำหน่ายในมาเลเซียจะมีให้เลือก 4 รุ่นย่อย ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 398,000 ไปจนถึง 510,600 บาท ซึ่งผมได้ไปเห็นดีลเลอร์แห่งหนึ่งลงข่าวว่ารุ่นนี้มีลุ้นมาไทย ก็คงต้องรอดูกันครับว่าในบ้านเราจะได้ใช้จริงหรือไม่ และจะมาช่วงเวลาไหน!

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars คลิก!
***************************
ที่มา paultan

วันพุธที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เปิดตัวอย่างเป็นทางการ Toyota Sienta ขนความแปลก แพ็กความซ่า!

       เปิดตัวไปเรียบร้อยแล้วสำหรับรถ MPV แบบ 7 ที่นั่งรุ่นใหม่ล่าสุดจากทางค่าย Toyota มาในชื่อ Sienta ที่ใครๆเห็นเป็นต้องบอกว่า "แปลก"!

Toyota Sienta เปิดตัวในประเทศอินโดนีเซียไปก่อนหน้านี้ ซึ่งถือว่าเป็นตลาดหลักของรถกลุ่มนี้ และการทำตลาดในเมืองไทยก็แน่นอนว่านำเข้ามาจากแดนอิเหนานั่นเองครับ




ด้วยรูปทรงการออกแบบที่แปลกตา ทำให้รถคันนี้ดูเด่นและสะกดทุกสายตาอย่างห้ามไม่ได้ ตัวถังมีความยาว 4,235 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,695 มิลลิเมตร และความสูง 1,675 มิลลิเมตร โดยเป็นรถ MPV แบบเบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง ประตูสไลด์ทั้งสองฝั่ง

ด้านหน้าจะโดดเด่นด้วยไฟหน้าโปรเจคเตอร์ แบบ Bi-Beam LED พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน DRL แบบ LED และไฟท้าย LED แบบเส้น Light Guiding เรียกได้ว่าแอลอีดีทั้งคัน ส่วนล้ออัลลอยจะเป็นขนาด 15 และ 16 นิ้ว

ภายในมีระบบจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบปรับอากาศอัตโนมัติ มีจอขนาด 8 นิ้ว ติดตั้งไว้บนเพดาน มีกล่องเก็บของตรงคอนโซลหน้าพร้อม Cool Box รักษาความเย็น






เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร Dual VVT-i กำลัง 108 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 140 นิวตันเมตร ที่ 4,200 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT พร้อมระบบ Sport Sequential Shift 7 สปีค 
ผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro 4 ซึ่งทำอัตราสิ้นเปลืองได้ 16.1 กม./ลิตร และยังรองรับเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ E20

โดย Toyota Sienta จะมีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่นย่อย คือ รุ่น 1.5G CVT ราคา 750,000 บาท และรุ่น 1.5V CVT ราคา 865,000 บาท และมีออพชั่นดังนี้

*รุ่น 1.5G CVT ราคา  750,000 บาท สิ่งที่ได้จะมีดังนี้
- ไฟหน้า Projector ฮาโลเจน
- ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
- ไฟท้าย LED
- กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว LED ในตัว
- กระจกมองข้างปรับ/พับไฟฟ้า
- ภายในโทนสีดำ
- เบาะนั่งแบบผ้า สีดำ+สีส้ม
- เบาะคนขับปรับ 6 ทิศทาง
- เบาะข้างคนขับปรับ 4 ทิศทาง
- เบาะนั่งแถวที่ 2,3 พับแยก 50:50
- เบาะนั่งแถวที่ 3 พับเรียบได้
- ช่องเก็บของ
ตรงคอนโซลหน้าพร้อมรักษาความเย็น Cool Box
- เครื่องเสียง วิทยุ/CD/MP3/DVD/WMA
- ช่องเชื่อมต่อ AUX/USB
- ระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth
- ลำโพง 6 จุด
- พวงมาลัยไฟฟ้า
- ล้ออัลลอย 15 นิ้ว ขนาดยาง 185/60 R15 
- ระบบเบรกดิสก์ หน้า/หลัง
- ประตูสไลด์ (ฝั่งซ้ายแบบไฟฟ้า)
- ระบบช่วยปิดประตูไฟฟ้า Easy Closer
- ระบบปรับอากาศธรรมดา
- ระบบเบรก ABS, EBD, BA
- ระบบควบคุมการทรงตัว VSC
- ระบบป้องกันการลื่นไถล TRC
- ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC
- ระบบตัดกำลังเมื่อการออกตัวแบบผิดวิธี Drive Start Control
- ถุงลมนิรภัย 3 จุด คู่หน้าและหัวเข่า
- เซนเซอร์ถอยจอดด้านหลัง

*รุ่น 1.5 V CVT ราคา 865,000 บาท สิ่งที่ได้เพิ่มจากรุ่น 1.5G CVT มีดังนี้
- ไฟหน้า Projector แบบ Bi-Beam LED
- ไฟ DRL แบบ LED
- ไฟท้ายแบบ LED Light Guide
- เบาะนั่งหุ้มหนัง สีดำ+สีส้ม
- พวงมาลัย, หัวเกียร์หุ้มหนัง
- ช่องเก็บของใต้เบาะข้างคนขับ
- กุญแจ Smart Keyless Entry
- ปุ่มสตาร์ท Push Start Button
- มาตรวัดเรืองแสง Optitron
- หน้าจอแสดงข้อมูล MID แบบสี TFT
- สวิตซ์มัลติฟังก์ชั่นบนพวงมาลัย
- จอสัมผัส 7 นิ้ว, เล่น DVD
- จอขนาด 8 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
- ล้ออัลลอย 16 นิ้ว ขนาดยาง 195/50 R16
- ประตูสไลด์ไฟฟ้าทั้งซ้ายและขวา
- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
- กล้องมองหลัง








       Toyota Sienta จะมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีส้ม Orange Metallic, สีเงิน Silver Metallic, สีขาว Super White และสีดำ Attitude Black Mica ครับ!

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars คลิก!
***************************
สเปคแต่ละรุ่นย่อยโดย headlightmag

วันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2559

Suzuki Ignis เตรียมรุกตลาดยุโรป พร้อมโชว์ที่งาน Paris Motor Show ตุลาคมนี้!

       ใครยังจำรถนั่งขนาดเล็กของ Suzuki อย่าง Ignis ได้บ้างครับ หลังจากที่เปิดตัวต้นแบบและออกขายจริงแล้วในญี่ปุ่นช่วงต้นปีที่ผ่านมา!




ตอนนี้ก็ได้เวลาแล้วที่ Suzuki Ignis จะรุกตลาดในยุโรป ด้วยดีไซน์ที่ผสมผสานรถแนวย้อนยุคกับความทันสมัยเข้าด้วยกัน โดยจะมีความยาว 3,700 มม. ความกว้าง 1,660 มม. ความสูง 1,595 มม. ระยะฐานล้อ 2,435 มม. และระยะต่ำสุดจากพื้น 180 มม. 




ตัวรถจะทำออกมาเอียงไปทาง Crossover ขนาดเล็กที่เน้นความคล่องตัว และยังสามารถที่จะลุยได้บ้าง จุดเด่นของรถรุ่นนี้จะอยู่ที่เครื่องยนต์เบนซิน Boosterjet Turbo ขนาด 1.0 ลิตร และเครื่องเบนซินขนาด 1.2 ลิตร แบบ Hybrid 'SHVS' ที่สามารถทำอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้มากถึง 28.8 กม./ลิตร ตามมาตรฐาน JC08 ของญี่ปุ่น โดยจะมีทั้งรุ่นขับสองล้อหน้า และขับสี่ล้อ

       Suzuki Ignis ที่ขายอยู่ในญี่ปุ่นจะมี 3 รุ่นย่อย ได้แก่ MG, MX และ MZ ราคาคิดเป็นเงินไทยจะอยู่ในช่วง 4.7 ถึง 6 แสนบาทเท่านั้น และในยุโรปจะมีการเปิดตัวภายที่งาน Paris Motor Show 2016 ระหว่างวันที่ 1 - 16 ตุลาคมนี้ ซึ่งรายละเอียดเวอร์ชั่นยุโรปสามารถติดตามได้เลยที่นี่ จะคอยอัพเดทข่าวสารให้รับทราบกัน!


ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars คลิก!
***************************
ที่มา indianautosblog

Spyshot : Honda Civic Hatchback ไร้การอำพราง ยังสปอร์ตเข้มดั่งต้นแบบ!

       หลายคนคงได้ยลโฉมของเจ้า Honda Civic ตัวใหม่กันไปแล้ว ซึ่งในบ้านเราตอนนี้จะมีทำตลาดในรูปแบบของ Sedan เพียงอย่างเดียว ส่วนในต่างประเทศจะมีเวอร์ชั่น Coupe ให้เป็นอีกทางเลือกด้วย!

แต่อีกหนึ่งรูปแบบที่มีการเปิดตัว Concept ไปแล้วนั้น ตอนนี้เราจะได้เห็นภาพเวอร์ชั่นขายจริงแล้วครับ Honda Civic Hatchback นั่นเอง โดยภาพทั้งหมดจะถูกถ่ายได้ขณะกำลังขนส่งรถไปยังท่าเรือในประเทศอังกฤษ โดยรถทั้งหมดไม่มีการอำพรางหรือปกปิดแม้แต่น้อย




เวอร์ชั่นขายจริงของ Honda Civic Hatchback นั้นแทบจะยกมาจากตัวต้นแบบเกือบทั้งหมด แต่ก็มีบางส่วนที่ปรับเปลี่ยนไปบ้าง แต่ยังคงรูปแบบคอนเซ็ปต์ไว้มากกว่า 90% ทำให้ความสปอร์ตยังคงเข้มข้นในตัวรถอยู่

Honda Civic จะมีเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร, 1.8 ลิตร และ 1.5 ลิตร เทอร์โบให้เลือก คาดว่าตัว Hatchback ก็น่าจะได้ขุมพลังขับเคลื่อนเหล่านี้ด้วย แต่ยังมีอีกหนึ่งตัวที่ตอนนี้อยู่ในระหว่างการทดสอบ นั่นคือเครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร เทอร์โบ




       Honda Civic Hatchback จะมีการผลิตในโรงงานที่ประเทศอังกฤษ และอาจเข้ามาผลิตในเมืองไทยเพื่อส่งออกอีกแห่งด้วย ก็ต้องรอดูต่อไปว่าตัวถังนี้จะทำตลาดในบ้านเราหรือไม่!

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars คลิก!
***************************
ที่มา civic x

Honda Jazz RS Special Edition รุ่นพิเศษเปิดตัวในงาน GIIAS ที่อินโดฯ!

       ตอนนี้ที่ประเทศอินโดนีเซียกำลังมีงานแสดงรถ GAIKINDO Indonesia International Auto Show 2016 ซึ่งในงานก็มีรถมากมายหลายค่ายที่ขนรุ่นใหม่ๆออกมาให้ยลโฉม!




ทาง PT Honda Motor ก็ได้แนะนำรุ่นพิเศษใหม่ของ Honda Jazz อย่างรุ่น RS Special Edition โดยจะเป็นการจับมาตกแต่งรอบคันทั้งภายนอกและภายใน ถือว่าสร้างสีสันและความสปอร์ตขึ้นมาพอสมควร

ภายนอกจะเห็นไฟหน้าแบบโปรเจกเตอร์ พร้อมไฟ DRL ด้านล่าง กระจังหน้าสีดำพร้อมโลโก้ RS และตัดด้วยแถบเส้นสีแดง ล้อแม็กซ์ขนาด 16 นิ้วลายใหม่สีดำ มีสเกิร์ตข้างและหลังมาให้พร้อมสรรพ คามด้วยเสาอากาศแบบครีบฉลาม




ภายในจะโดดเด่นด้วยเบาะนั่งหุ้มหนังสีดำผสานกับสีเหลือง พร้อมเดินด้ายเหลืองเพื่อความกลมกลืน และยังมีการสลัก Logo 'RS' สีแดงไว้อีกด้วย มีที่วางแขนบริเวณคอนโซลกลาง ติดตั้งจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วมาให้ ราวกับว่าเอาแท็บแล็ตมาวางทับของเดิมกันเลย ทำให้ดูยื่นออกมาแปลกๆ แต่ข้อดีคือสามารถจิ้มจอได้ถนัดขึ้นจากตำแหน่งที่ใกล้ตัวคนขับมากกว่าเดิม

ส่วนเครื่องยนต์จะเป็นเบนซินขนาด 1.5 ลิตร i-VTEC ที่ให้กำลังสูงสุด 120 แรงม้า แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 145 นิวตันเมตร แต่จะมีให้เลือกเฉพาะเกียร์อัตโนมัติ CVT เท่านั้นสำหรับรุ่น RS Special Edition

       Honda Jazz RS Special Edition จะวางในตลาดอินโดนีเซีย ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าตลาดอื่นจะได้ใช้หรือไม่ แต่ราคาค่าตัวถ้าคิดเป็นเงินไทยจะอยู่ที่ประมาณ 706,000 บาท ซึ่งมีให้เลือกเพียงรุ่นเดียวเท่านั้นครับ!

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars คลิก!
***************************
ที่มา paultan

Chevrolet/Holden Colorado คว้าคะแนนทดสอบการชน 5 ดาว จาก ANCAP!

       จากการเปิดตัวของ Chevrolet Colorado เมื่อเดือนก่อน และลงสู่ตลาดแต่ละประเทศแล้วบางส่วน หนึ่งในนั้นคือออสเตรเลีย โดยจะขายในนาม Holden และได้เข้าสถานีทดสอบการชนจาก Ancap แล้ว!


ผลการทดสอบการชนของ Chevrolet/Holden Colorado จากสำนัก Ancap ในออสเตรเลีย ปรากฎว่าสามารถคว้าคะแนนความปลอดภัย 5 ดาวมาครองได้สำเร็จ หลังจากเมื่อปี 2012 ก็ทำคะแนนได้ 5 ดาวเช่นกัน

Holden Colorado 2016 ในออสเตรเลียถูกจัดอุปกรณ์ความปลอดภัยที่มากกว่ารุ่นเดิม โดยในการทดสอบครั้งนี้จะเป็นรุ่นที่มีถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ด้านข้าง, ม่านนิรภัย และบริเวณหัวเข่าฝั่งคนขับ รวมถึงระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมการทรงตัว ESC 



คะแนนทดสอบการชนด้านหน้าได้ 13.89 จาก 16 คะแนน การชนด้านข้างได้ 16/16 การชนเสาได้ 2/2 การทำงานของเข็มขัดนิรภัยได้ 3/3 ทำให้ได้คะแนนรวมอยู่ที่ 34.89 จาก 37 คะแนน แต่คะแนนรวมกลับได้น้อยกว่ารุ่นปี 2012 ที่ได้ 35.09 คะแนน เพราะในส่วนการชนด้านหน้าของปี 2012 ได้ไปมากกว่าที่ 15.09 แต่การทำงานของเข็มขัดนิรภัยได้ 2 จาก 3 คะแนน

       ถ้าอยากทราบว่า Chevrolet Colorado ที่ขายอยู่ในบ้านเราจะได้รับคะแนนการทดสอบการชนที่เท่าไหร่ คงต้องรอการทดสอบจาก Asean NCAP ซึ่งจะเป็นการทดสอบรถที่มีขายอยู่ในอาเซียน โดยจะมีสเปคที่สามารถอ้างอิงผลทดสอบได้!


ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars คลิก!
***************************
ที่มา ancap

วันเสาร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ฮอนด้าเรียก CB300F, CBR300R แก้ไขชุดเพลาข้อเหวี่ยง พร้อมรับสิทธิประโยชน์!

       นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่ใช้รถรุ่น Honda CB300F และรุ่น CBR300R บางคันที่มีปัญหาเรื่องชุดเพลาข้อเหวี่ยงซึ่งอาจเกิดอัตรายระหว่างขับขี่ได้ ตอนนี้ทางฮอนด้าเรียกเข้ารับการปรับปรุงแก้ไขแล้ว!



จากปัญหาชุดเพลาข้อเหวี่ยงที่มีปัญหาในรถรุ่นดังกล่าว ทางเราก็ได้เกาะติดปัญหานี้มานานพอสมควรจากกลุ่มผู้ใช้ ซึ่งพบว่าขณะขับขี่ทั้งในความเร็วต่ำและความเร็วสูง เพลาข้อเหวี่ยงจะเกิดการชำรุดหรือเสียหาย ทำให้รถไม่สามารถขับขี่ต่อไปได้ ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายมากทีเดียวเพราะเกิดในระหว่างการขับขี่

ปัญหานี้มีมานานพอสมควร แม้จะไม่ได้เป็นทุกคัน แต่ผู้ใช้ก็ถามหาถึงแนวทางแก้ไขกับทางฮอนด้า ซึ่งฮอนด้าเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะถ้าหากใครเกิดปัญหานี้ก็สามารถนำรถเข้ารับการแก้ไขได้ แม้จะอยู่ในระยะประกันหรือหมดระยะประกันไปแล้วก็ตาม ซึ่งเป็นการแก้ไขในเบื้องต้น



แต่ตอนนี้ทางบริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ได้ส่งจดหมาย Recall อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับปัญหาชุดเพลาข้อเหวี่ยง โดยจะส่งไปตามผู้ใช้รถให้นำรถเข้ามาแก้ไขชุดเพลาข้อเหวี่ยงที่มีการปรับปรุงคุณภาพแล้ว มีใจความดังนี้

"จากการดำเนินกิจกรรมตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพสินค้าอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ พบว่ารถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่น CB300F และรุ่น CBR300R บางคันอาจเกิดปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้องขณะขับขี่ และ/หรือเครื่องยนต์สตาร์ทไม่ติด ซึ่งมีสาเหตุเนื่องจากความสึกหรอของชุดเพลาข้อเหวี่ยง ทั้งนี้บริษัทฯขอเรียนชี้แจงให้ทราบว่า จากอาการปัญหาดังกล่าวทางโรงงานผู้ผลิตได้ดำเนินการปรับปรุงยกระดับคุณภาพของชุดเพลาข้อเหวี่ยงแล้ว

ดังนั้นบริษัทฯ จึงใคร่ขอเรียนเชิญให้ท่านผู้ใช้รถรุ่นดังกล่าว เข้ารับการตรวจสภาพและเปลี่ยนชุดเพลาข้อเหวี่ยงที่ได้รับการปรับปรุงยกระดับคุณภาพแล้ว ที่ศูนย์ผู้จำหน่ายฮอนด้าที่ท่านสะดวก โดยไม่มีค่าบริการหรือค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น"

ทั้งนี้ฮอนด้ายังมอบสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ใช้รถที่ได้สละเวลานำรถเข้ามาตรวจสภาพและเปลี่ยนชุดเพลาข้อเหวี่ยงใหม่เพื่อเป็นการขอบคุณ ดังนี้
1. เข้ารับการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและน้ำหล่อเย็น โดยไม่เสียค่าบริการหรือค่าใช้จ่าย
2. มอบค่าสนับสนุนในการนำรถเข้ารับบริการปรับปรุงยกระดับคุณภาพมูลค่า 300 บาท (สงวนสิทธิเฉพาะท่านที่นำรถเข้ารับบริการภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560)
3. การรับประกันคุณภาพเฉพาะ "ชุดเพลาข้อเหวี่ยงที่ได้รับการปรับปรุงยกระดับคุณภาพแล้ว" เป็นระยะเวลา 3 ปี หรือ 30,000 ก.ม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน (นับจากวันที่ที่ท่านเข้ารับการเปลี่ยนชุดเพลาข้อเหวี่ยงใหม่แล้ว)

       ถือว่าการเรียกรถกลับไปแก้ไขปัญหาดังกล่าวนั้นเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสินค้าของตน ถือเป็นเรื่องดี ตอนนี้ฮอนด้าทยอยส่งจดหมายไปยังผู้ใช้ แต่บางคันอาจมีการเปลี่ยนผู้ครอบครอง หรือด้วยปัจจัยอื่นที่ทำให้จดหมายไปไม่ถึง เราจึงเอามาเป็นสื่อกลางในการกระจายข่าวสารให้ทั่วถึงมากขึ้น หากใครที่จะนำรถเข้ารับการแก้ไขก็อย่าลืมโทรนัดหมายกับทางศูนย์บริการไว้ล่วงหน้าก่อน เพื่อความเข้าใจและความรวดเร็ว!


ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars คลิก!
***************************